อัพเดตข่าวล่าสุด!

210263 fd1

กาฬสินธุ์ การไฟฟ้าแจงเหตุล่าช้าในการช่วยเหลือเยียวยาหนุ่มถูกเสาไฟฟ้าทับ
ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอสมเด็จ แจงกรณีช่วยเหลือเยียวยาเหตุเสาไฟฟ้าล้มทับนานกว่า 4 ปียังไม่ได้รับการเยียวยาเนื่องจากยังอยู่ในชั้นอุทธรณ์
       จากกรณีที่ นายศุภการ แสงศรีเรือง เหยื่อถูกเสาไฟฟ้าล้มทับรถจนบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2559 เวลาประมาณ 08.20 น. ขณะที่ตนเองและเพื่อนร่วมงานกำลังขับรถยนต์เพื่อเดินทางไปต่างจังหวัด แต่เมื่อมาถึงช่วงบริเวณทางเข้าบ้านหนองผ้าอ้อม อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสแขนข้างขวาหัก ตาด้านซ้ายบอดสนิท ซึ่งหลังจากทำการรักษาตัวแล้วแขนด้านขวาก็ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ” โดยหลังจากเกิดเหตุไม่มีหน่วยงานไหนมาดูแลให้ความช่วยเหลือ ตนจึงได้เรียกร้องผ่านสื่อมวลชน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่เป็นคู่กรณีเข้ามาดูแล ให้การเยียวยา เพราะมีภาระที่ต้องเลี้ยงภรรยาและลูก ๆ อีก ต้องหาเงินส่งเสียลูกเรียนทั้ง 3 คนด้วยซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ผ่านมา 4 ปีเรื่องยังเงียบ

210263 fd2
       ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ทางด้าน ดร.พงษ์ศิลป์ สิมวิเศษ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอสมเด็จ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียหายแยกเป็น 4 คดี คือผู้เสียชีวิต เจ้าของรถเก๋ง ประกันชีวิต โดยทั้ง 3 คดีทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มีการฟ้องร้องสู่ขั้นขบวนการศาลและตัดสินเรียบร้อยแล้ว โดยให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะได้ร่วมกับทางหลวงชนบท และผู้รับจ้างร่วมกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้ง 3 คดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนในคดีของนายศุภการ แสงศรีเรือง ที่ได้รับบาดเจ็บสาเหตุและมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้ยื่นมานั้น ทางผู้พิพากษาศาลกลับได้พิจารณาให้ 2 หน่วยงานรับผิดชอบ คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และทางหลวงชนบท ร่วมกันรับผิดชอบ ส่วนผู้รับจ้างกลับไม่ได้รับผิดชอบร่วมด้วย ซึ่งหากทางศาลพิพากษาเหมือนกันกับทั้ง 3 คดีก่อนหน้านี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็จะยินยอมร่วมจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งขณะนี้ทางการไฟฟ้าและทางหลวงก็ได้ทำเรื่องคำอุทธรณ์ให้กับทางศาลได้พิจารณาอีกครั้ง เพราะถือว่าเกิดเหตุในที่เดียวกันเวลาเดียวกัน แต่กลับทำไมให้ 2 หน่วยงานรับผิดชอบ โดยทางการไฟฟ้ายืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจในการรับผิดชอบช่วยเหลือเยียวยา แต่เป็นขั้นตอนเรื่องยังอยู่ในชั้นศาลอยู่ และตามหลักแล้วก็ถือเป็นการรับผิดชอบร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งต้องรอศาลพิจารณาในชั้นอุทธรณ์อีกครั้ง